ผู้ประกอบการ SMEs เมื่อไหร่ ที่ต้องมีแบรนด์


 

          ทำไม SME ต้องสร้างแบรนด์[1]

เพราะธุรกิจ SME มีมากขึ้นผู้บริโภคเลือกซื้อของได้ยากขึ้น การสร้างแบรนด์ คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดความแตกต่าง เช่น การขายส้มในตลาดที่ทุกคนเอาใส่เข่งวางขาย ราคาเหมารวมต่อเข่งขายได้เพียงเข่งละไม่กี่สิบบาท แต่หากเอามาจัดการใส่กล่อง หรือแพ็คเกจจิ้ง ที่ออกแบบอย่างสวยงาม เพิ่มต้นทุนอีกไม่กี่บาท ก็สามารถทำราคาขายได้มากขึ้นซึ่งวิธีคิดนี้คือจุดเกิดของแบรนด์ส้มธนาธร

          ยกตัวอย่างสินค้าที่ไม่เคยมีคู่แข่ง และไม่เคยสนใจสร้างแบรนด์ แต่ในที่สุดก็ต้องมาเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เช่น บริษัทไปรษณีย์ไทยที่มีมานานถึง 150 ปี  จนกระทั่งมีบริษัทส่งด่วนข้ามชาติ คือบริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส และ FedEx Express เกิดขึ้น เช่นเดียวกับสถานบริหารร่างกายฟิลิปเวน ที่ มั่นใจในสินค้ามากและให้ความสนใจในการสร้างแบรนด์น้อย  จนกระทั่งมีแบรนด์บอดี้เชฟ และมารีแคลร์ เกิดขึ้น

          ผู้บรรยายได้แบ่งประเภทของผู้บริโภคไว้ 4 กลุ่ม คือ

          สาวก Apostles   กลุ่มนี้เป็นรากฐาน สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ เพราะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความพึงพอใจสูงและกลับมาซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง และยังช่วย บอกต่อ ให้คนมาซื้อสินค้า และบริการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการโฆษณา เช่น โตโยต้า โค้ก สุกี้เอ็มเค และไนกี้

          ทหารรับจ้าง Mercenaries  กลุ่มนี้จะชอบเปลี่ยนความคิดไปมา อาจจะพอใจสินค้า หรือบริการที่บริษัทนำเสนอให้แต่จะตัดสินใจซื้อบนพื้นฐานของ “ราคา ที่ถูกที่สุด”เท่านั้นเช่นเบียร์ หรือยาชูกำลัง

          ถ้าแบรนด์แข็งแรงทั้งคู่ราคาที่ถูกกว่าจะเป็นตัวกำหนดในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เช่น แบรนด์ปตท. และเชลล์

          ตัวประกัน Hostages   กลุ่มนี้จงรักภักดีกับสินค้าก็จริง แต่ไม่เคยพอใจ เพราะในตลาดอาจจะไม่มีคู่แข่งขัน แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดมีขึ้นมา คนกลุ่มนี้จะหนีไปได้ง่ายๆทันทีเช่นกัน เช่นลูกค้าขององค์การโทรศัพท์ หรือบริษัทไปรษณีย์ไทย

          ผู้ก่อการร้าย Terrorists  เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่ากลัวที่สุด เพราะไม่เคยพอใจในสินค้าของบริษัท และสามารถบอกต่อไม่ให้คนมาซื้อสินค้าเราด้วย เช่นลูกค้าของรถยนต์ที่ออกมาทุบรถจนเป็นข่าวดังไปทั้งเมือง

          เมื่อสร้างแบรนด์แล้ว ...SME ก็ต้องรู้จักการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงด้วย ลองศึกษาเพิ่มเติมได้จาก

“3 เหตุผล ทำไม? ต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง”

เชื่อว่าทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการ ส่วนใหญ่ต่างก็ต้องเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกันการ “สร้างแบรนด์” กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย

แต่จะมีสักกี่คน… ที่เห็นความสำคัญที่แท้จริง และเชื่อมั่นว่าการสร้างแบรนด์จะช่วยสร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เหมือนกับหลายๆ แบรนด์ดังทั่วโลก

หากในวันนี้ คุณยังเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง…

นี่คือ 3 เหตุผล ว่าทำไม คุณถึงต้องเริ่มสร้างแบรนด์ของคุณให้แข็งแรงได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้!!!

1. แบรนด์ที่แข็งแรง จะสร้าง “คุณค่า” ให้ธุรกิจของคุณ

เมื่อ“คุณค่า”ที่ชัดเจนเกิดขึ้น ผู้บริโภคของคุณจะไม่ได้มองธุรกิจของคุณ เป็นแค่สินค้าหรือแค่บริการอีกต่อไป

แต่พวกเขาจะมองสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งก็คือ “คุณค่าของแบรนด์” ที่คุณสร้างขึ้น เพราะมันคือสิ่งที่ผู้บริโภคสามารถจดจำ รู้สึก และโน้มน้าวการตัดสินใจของพวกเขาได้

และหากมันเป็นคุณค่าที่ตรงใจ และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ไม่ยากเลยที่แบรนด์เหล่านั้นจะเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคได้อย่างสบายๆ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม แบรนด์ระดับโลกหลายๆแบรนด์ เริ่มเปลี่ยนจากการพูดว่าพวกเขาขายอะไร และมันดียังไง

เป็นการพูดว่าแบรนด์ของพวกเขากำลังสร้าง “คุณค่า” อะไร และมันจะทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้นยังไง

แล้ววันนี้ธุรกิจของคุณ กำลังสร้าง “คุณค่า” อะไร และเพื่อใคร?


“OLAY กับแคมแปญที่ออกมาเป็นแรงผลักดัน ให้ผู้หญิงทุกคน #สวยให้สุด”

Cr: https://www.facebook.com/OlayThailand/photos    
     https://bdithailand.wordpress.com/2016/03/31/361/

 

2. แบรนด์ที่แข็งแรง จะช่วยสร้าง “ความจงรักภักดี” ให้กับลูกค้าของคุณ

แบรนด์ที่แข็งแรง มักจะให้ความสำคัญ กับการสร้าง ประสบการณ์ที่ดี” ให้กับผู้บริโภค โดยมักถูกสร้างผ่านทุกๆการกระทำ และการสื่อสารที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัส รับรู้ และรู้สึกได้ ตั้งแต่สิ่งเล็กๆ อย่างแพ็คเกจจิ้ง ไปจนถึงสิ่งใหญ่ๆ อย่างการจัด Event หรือกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะแสดงออกได้ว่า แบรนด์นั้นๆ มีความเข้าใจผู้บริโภคของพวกเขาได้ดีขนาดไหน

          และเมื่อ “ประสบการณ์ที่ดี” เกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง มันก็จะก่อตัวป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความจงรักภักดี” ที่มีต่อแบรนด์

          จึงไม่แปลกเลยที่ ทำไมบางครั้งเราตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ๆหนึ่ง ในเวลาอันรวดเร็ว
จนเหมือนลืมนึกไปเลย ว่าจริงๆแล้ว ก็มีแบรนด์อื่นๆอยู่ด้วยในท้องตลาด หรือบางครั้ง เรามักจะแนะนำสินค้าหรือบริการของแบรนด์เดิมๆที่เราชอบ ให้กับคนรู้จักซ้ำไปซ้ำมา
          ซึ่งสุดท้ายแล้ว ความจงรักภักดี” นี้ล่ะ ที่เป็นตัวกำหนดความนึกคิดของผู้บริโภคว่า แบรนด์นี้ล่ะคือ แบรนด์ของชั้น”

3. แบรนด์ที่แข็งแรง จะสร้างอิสระ ในการสื่อสาร

เราคงต้องยอมรับว่าทุกวันนี้โลกหมุนเร็ว จนบางครั้งเราก็ตามแทบไม่ทัน

ดังนั้นการปรับตัวทั้งในเชิงการสื่อสาร และการสร้างแบรนด์จึงกลายเป็นความจำเป็นสำหรับทุกๆ ธุรกิจในปัจจุบันนี้

แต่หลายๆ แบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ใหม่ๆ ในท้องตลาด มักประสบปัญหาเดียวกันเมื่อทำการสื่อสารที่ต้องปรับเปลี่ยนไปทุกๆ วัน

ปัญหาที่ว่านั่นก็คือ การสูญเสียตัวตนของแบรนด์” ซึ่งจะส่งผลทำให้แบรนด์นั้นขาดตัวตนที่ชัดเจน และอาจซ้ำร้ายถึงขั้นทำให้ผู้บริโภคจำแบรนด์ไม่ได้

สาเหตุสำคัญก็เพราะ แบรนด์เหล่านั้นล้วนขาดความตระหนักถึง แก่นของแบรนด์” ที่เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสำคัญไป

การปรับการสื่อสารให้เข้ากับผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรจะต้องยึด “แก่นของแบรนด์” ไว้ให้มั่นด้วยเช่นกัน

เพราะสุดท้าย… การสื่อสารของแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ คือการสื่อสารที่สามารถปรับตัวได้ในทุกยุคทุกสมัย โดยไม่สูญเสียตัวตนของแบรนด์ไป
          อีกทั้งยังต้องพร้อมสำหรับโอกาสในการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

แหล่งข้อมูล :

องค์ความรู้เพื่อการให้บริการแก่ SMEs จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น

สำหรับหน่วยให้บริการ SMEs ภายใต้โครงการศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร

จัดทำ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2560

 


[1] Credit : สรณ์ จงศรีจันทร์

การอ่าน
157 ครั้ง (ทั้งหมด)
0 ครั้ง โดยสมาชิก
157 ครั้ง โดยสาธารณะ
แชร์เนื้อหาไปบนสื่อสังคมออนไลน์
แชร์ลิงค์
Use permanent link to share in social media
แชร์ด้วยอีเมล

กรุณา ลงชื่อเข้าระบบ เพิ่มแชร์เนื้อหานี้ webpage ทางอีเมล